เจลกับอะคริลิคเป็นวัสดุต่อเล็บสองชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทั้งคู่ทำให้เล็บยาวขึ้นและแข็งแรงขึ้นได้เหมือนกัน แต่ให้ผลลัพธ์และการดูแลที่ต่างกันพอสมควร การเลือกให้ถูกตั้งแต่แรกช่วยให้เล็บจริงไม่บอบช้ำและประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว
เล็บเจล เหมาะกับใคร
เจลให้ผิวสัมผัสที่บางและเป็นธรรมชาติกว่า น้ำหนักเบา ยืดหยุ่นตามการงอของเล็บจริง จึงเหมาะกับคนที่ต้องการลุคเรียบหรูดูไม่หนา หรือคนที่ทำงานต้องใช้มือละเอียด ข้อจำกัดคือความแข็งแรงน้อยกว่าอะคริลิค หากเล็บยาวมากหรือใช้มือหนักอาจหักได้ง่ายกว่า
เล็บอะคริลิค เหมาะกับใคร
อะคริลิคแข็งแรงกว่าอย่างชัดเจน ต่อความยาวได้มากกว่า และขึ้นทรงเฉพาะอย่างทรงอัลมอนด์หรือทรงสไตเลตโตได้ดีกว่า เหมาะกับคนที่เล็บจริงบางหรือชอบกัดเล็บ เพราะช่วยเป็นเกราะป้องกันไปในตัว แต่เนื้อวัสดุจะหนากว่าและรู้สึกได้ชัดกว่าในช่วงแรก
เรื่องการดูแลที่หลายคนมองข้าม
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งที่กำหนดว่าเล็บจริงจะแข็งแรงหรือพังคือ "วิธีถอด" ไม่ใช่ตัววัสดุ การแคะหรือดึงออกเองทำให้ผิวเล็บลอกติดออกมาด้วยทุกครั้ง ควรกลับมาให้ช่างถอดตามขั้นตอนเสมอ
โดยทั่วไปควรเข้าร้านเติมโคนเล็บทุก 2-3 สัปดาห์ เพราะเมื่อเล็บจริงงอกออกมา ช่องว่างที่โคนจะทำให้เล็บต่อรับน้ำหนักไม่สมดุลและหลุดง่ายขึ้น
สรุป
ถ้าเน้นความเป็นธรรมชาติและความเบา เลือกเจล ถ้าเน้นความแข็งแรง ความยาว หรือต้องการขึ้นทรงเฉพาะ เลือกอะคริลิค และถ้ายังไม่แน่ใจ ปรึกษาช่างที่สาขาได้ เรามักดูจากสภาพเล็บจริงและลักษณะการใช้มือของลูกค้าเป็นหลักก่อนแนะนำ